Translate

♬.♭.❀●•♪Adele - One And Only

You've been on my mind
I grow fonder every day,
lose myself in time just thinking of your face
God only knows why it's taking me so long
to let my doubts go
You're the only one that I want

เธออยู่ในความคิดของฉันตลอดมา
ฉันคิดถึงเธอมากขึ้นทุกวันๆ
ใช้เวลาในแต่ละวันไปมากมายเพียงแค่นึกถึงใบหน้าเธอ
มีเพียงพระเจ้าที่รู้ว่าทำไมฉันถึงใช้เวลานานนัก
กว่าฉันจะปราศจากข้อสงสัยในตัวเธอ
และตอนนี้เธอเป็นเพียงคนเดียวที่ฉันต้องการ


I don't know why I'm scared, I've been here before
Every feeling, every word, I've imagined it all,
You never know if you never try to forget your past
And simply be mine

ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมฉันถึงกลัว คงเป็นเพราะฉันเคยมาถึงตรงนี้แล้ว
ทุกๆความรู้สึก ทุกๆคำพูด ฉันเห็นมันมาหมดแล้ว
เธอไม่มีวันรู้หรอก ถ้าเธอไม่ลองพยายามลืมอดีตของเธอ
แล้วลองมาเป็นของฉันดู

I dare you to let me be your, your one and only
Promise I'm worthy to hold in your arms
So come on and give me the chance

ฉันท้าเธอให้ยอมรับฉันเป็นคนของเธอ เพียงคนเดียวของเธอเท่านั้น
ฉันสัญญาว่าฉันมีค่าพอที่จะอยู่ในอ้อมกอดของเธอได้
เพราะฉะนั้นมาเถอะ ให้โอกาสฉันสักครั้ง

To prove that I'm the one who can
Walk that mile
Until the end starts

ให้ฉันได้พิสูจน์ว่าฉันเป็นเพียงคนเดียวที่สามารถ
เดินร่วมทางกับเธอ ไม่ว่าจะกี่ไมล์
จนกว่าจะมองเห็นจุดจบ

Have I been on your mind?
You hang on every word I say
Lose yourself in time at the mention of my name 
Will I ever know
How it feels to hold you close
And have you tell me which ever road I chose you'll go

ฉันเคยอยู่ในความคิดของเธอบ้างมั้ย?
เธอจดจำทุกคำพูดของฉัน เพ้อถึงฉัน
เวลาที่มีคนพูดชื่อฉัน
ฉันจะมีโอกาสได้รู้มั้ย
ความรู้สึกที่ได้กอดเธอแนบกาย
และจะมีโอกาสมั้ยที่ฉันจะได้ยินเธอจะบอกฉัน ไม่ว่าจะทางไหนที่ฉันจะเลือกเดิน เธอก็จะตามฉันไป

I don't know why I'm scared, I've been here before
Every feeling, every word, I've imagined it all,
You never know if you never try to forget your past
And simply be mine


ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมฉันถึงกลัว คงเป็นเพราะฉันเคยมาถึงตรงนี้แล้ว
ทุกๆความรู้สึก ทุกๆคำพูด ฉันเห็นมันมาหมดแล้ว
เธอไม่มีวันรู้หรอก ถ้าเธอไม่ลองพยายามลืมอดีตของเธอ
แล้วลองมาเป็นของฉันดู


I dare you to let me be your, your one and only
Promise I'm worthy to hold in your arms
So come on and give me the chance


ฉันท้าเธอให้ยอมรับฉันเป็นคนของเธอ เพียงคนเดียวของเธอเท่านั้น
ฉันสัญญาว่าฉันมีค่าพอที่จะอยู่ในอ้อมกอดของเธอได้
เพราะฉะนั้นมาเถอะ ให้โอกาสฉันสักครั้ง


To prove that I'm the one who can
Walk that mile
Until the end starts


ให้ฉันได้พิสูจน์ว่าฉันเป็นเพียงคนเดียวที่สามารถ
เดินร่วมทางกับเธอ ไม่ว่าจะกี่ไมล์
จนกว่าจะมองเห็นจุดจบ


I know it ain't easy
Giving up your heart
I know it ain't easy
Giving up your heart


ฉันรู้ว่ามันไม่ง่ายเลย ที่จะยอมตัดใจจากเธอ


Nobody's perfect, 
(I know it ain't easy, giving up your heart)
trust me I've learned it
Nobody's perfect, 
(I know it ain't easy, giving up your heart)
trust me I've learned it


Nobody's perfect, 
(I know it ain't easy, giving up your heart)
trust me I've learned it
Nobody's perfect, 
(I know it ain't easy, giving up your heart)
trust me I've learned it


ไม่มีใครสมบูรณ์แบบที่สุดหรอก
(ฉันรู้ว่ามันไม่ง่ายเลย ที่จะยอมตัดใจจากเธอ)
เชื่อฉันสิ ฉันเรียนรู้เรื่องนี้มาเยอะแล้ว


I dare you to let me be your, your one and only
Promise I'm worthy to hold in your arms
So come on and give me the chance


ฉันท้าเธอให้ยอมรับฉันเป็นคนของเธอ เพียงคนเดียวของเธอเท่านั้น
ฉันสัญญาว่าฉันมีค่าพอที่จะอยู่ในอ้อมกอดของเธอได้
เพราะฉะนั้นมาเถอะ ให้โอกาสฉันสักครั้ง


To prove I'm the one who can
Walk that mile until the end starts


ให้ฉันได้พิสูจน์ว่าฉันเป็นเพียงคนเดียวที่สามารถ
เดินร่วมทางกับเธอ ไม่ว่าจะกี่ไมล์
จนกว่าจะมองเห็นจุดจบ


Come and give me the chance
To prove that I'm the one who can
Walk that mile until the end starts. 


ให้โอกาสฉันซักครั้งเถอะ
ให้ฉันได้พิสูจน์ว่าฉันเป็นเพียงคนเดียวที่สามารถ
เดินร่วมทางกับเธอ ไม่ว่าจะกี่ไมล์
จนกว่าจะมองเห็นจุดจบของเรา

♬.♭.❀●•♪ Lost Stars - Begin Again

Keira Knightley/Adam Levine - Lost Stars (Begin Again Soundtrack)

Begin Again


Please don't see just a girl caught up in dreams and fantasies
Please see me reaching out for someone I can't see
Take my hand let's see where we wake up tomorrow
Best laid plans sometimes it's just a one night stand
I'd be damned Cupid's demanding back his arrow
So let's get drunk on our tears and

ได้โปรด อย่ามองฉันเป็นแค่ผู้หญิงคนนึงที่ไล่ตามความฝันและจินตนาการเลย
ได้โปรดมองว่าฉันกำลังเอื้อมหาใครสักคนที่ฉันจะมองไม่เห็นดีกว่า
จับมือฉันไว้ แล้วคอยดูกันว่าพรุ่งนี้เราจะลืมตาตื่นมาที่ใด
อะไรที่มันแย่ ทั้งๆที่เตรียมพร้อมมาอย่างดีแล้ว
บางครั้งก็เป็นแค่คู่นอนชั่วข้ามคืน
ฉันคงต้องแย่แน่ๆเลย เพราะกามเทพขอธนูของเขาคืนแล้ว
มาเมาน้ำตาด้วยกันเถอะ

God, tell us the reason youth is wasted on the young
It's hunting season and this lamb is on the run
Searching for meaning
But are we all lost stars, trying to light up the dark?

พระเจ้าเจ้าขา โปรดบอกเหตุผลกับลูกที ว่าทำไมความเยาว์วัยถึงได้ถูกใช้อย่างเสียเปล่าไปตั้งแต่วัยเยาว์
เวลานี้คือฤดูแห่งการล่า และเจ้าแกะน้อยตัวนี้ก็กำลังวิ่งไป
เพื่อตามหาคุณค่าของตัวเอง
แต่ว่าเราทุกคนคือดวงดาวที่หลงทางรึเปล่านะ ดวงดาวที่พยายามจะส่องสว่างในความมืดมิด?

Who are we? Just a speck of dust within the galaxy
Woe is me if we're not careful turns into reality
Don't you dare let our best memories bring you sorrow
Yesterday I saw a lion kiss a deer
Turn the page maybe we'll find abrand new ending
Where we're dancing in our tears and

เราคือใคร? ก็แค่เศษฝุ่นละอองในจักรวาล
"ฉันต้องโชคร้ายแน่ๆหากเราไม่ระมัดระวัง" คำๆนี้ได้กลายเป็นจริง
อย่าได้ปล่อยให้ความทรงจำที่ดีที่สุดของเรานำความโศกเศร้ามาให้เธอนะ
เมื่อวานนี้ฉันเห็นสิงโตจูบกับกวางด้วย
เปลี่ยนหน้าหนังสือนี้ไป เราอาจจะได้เจอฉากจบแบบใหม่ก็ได้นะ
แบบที่เราเต้นรำกันทั้งน้ำตา

God, tell us the reason youth is wasted on the young
It's hunting season and this lamb is on the run
Searching for meaning
But are we all lost stars, trying to light up the dark?

พระเจ้าเจ้าขา โปรดบอกเหตุผลกับลูกที ว่าทำไมความเยาว์วัยถึงได้ถูกใช้อย่างเสียเปล่าไปตั้งแต่วัยเยาว์
เวลานี้คือฤดูแห่งการล่า และเจ้าแกะน้อยตัวนี้ก็กำลังวิ่งไป
เพื่อตามหาคุณค่าของตัวเอง
แต่ว่าเราทุกคนคือดวงดาวที่หลงทางรึเปล่านะ ดวงดาวที่พยายามจะส่องสว่างในความมืดมิด?

I thought I saw you out there crying
I thought I heard you call my name
I thought I heard you out there crying
Just the same

ฉันคิดว่าฉันเห็นเธอร้องไห้อยู่นะ
ฉันคิดว่าฉันได้ยินเธอเรียกชื่อฉันนะ
ฉันคิดว่าฉันได้ยินเธอร้องไห้อยู่
เหมือนกับฉัน

God, tell us the reason youth is wasted on the young
It's hunting season and this lamb is on the run
Searching for meaning
But are we all lost stars, trying to light up the dark?
But are we all lost stars, trying to light up the dark?

พระเจ้าเจ้าขา โปรดบอกเหตุผลกับลูกที ว่าทำไมความเยาว์วัยถึงได้ถูกใช้อย่างเสียเปล่าไปตั้งแต่วัยเยาว์
เวลานี้คือฤดูแห่งการล่า และเจ้าแกะน้อยตัวนี้ก็กำลังวิ่งไป
เพื่อตามหาคุณค่าของตัวเอง
แต่ว่าเราทุกคนคือดวงดาวที่หลงทางรึเปล่านะ ดวงดาวที่พยายามจะส่องสว่างในความมืดมิด?

แต่ว่าเราทุกคนคือดวงดาวที่หลงทางรึเปล่านะ ดวงดาวที่พยายามจะส่องสว่างในความมืดมิด?

〓ความรู้สึกส่วนตัวที่มีต่อNASA ✈

มนุษย์ต่างดาวและUFOมีจริง แต่ที่สหรัฐฯไม่ยอมรับและปกปิดเรื่องนี้ แต่แอบซุ่มทำงานวิจัยในการพัฒนาต่างๆมากมายก็เพราะกลัวว่าถ้า

ประเทศอื่นรู้อาจจะเก่งกว่า และมาแย่งตำแหน่งประเทศที่ทรงมหาอำนาจของโลกไปไงล่ะ แต่ความลับไม่มีในโลก ชาติอื่นเริ่มระแคะระคาย

จึงมีการส่งยานออกไปสำรวจกัน แต่ส่วนมากไม่มีชาติไหนที่จะบอกความจริงกับเราหมด100%หรอก เพราะคงไม่มีใครอยากให้ใครเก่งไป

กว่าตัวเอง มนุษย์โลกก็เลยได้แค่เสพข่าวที่จริงบ้างไม่จริงบ้างแล้วแต่ว่าพวกนั้นอยากป้อนอะไรใส่หัวเรา และบางคลิปที่ประชาชนถ่ายได้

โดยบังเอิญยิ่งมีโอกาสเป็นของจริง เพราะถ้ายิ่งไอ้พวกนาซ่ามันออกมาปฏิเสธ จงคิดวิเคราะห์ให้มากที่สุดก่อนที่จะเชื่อข่าวอะไรซักข่าว


สุภาษิต คำพังเพย กรีก

"A green fruit gets ripe slowly."
ผลไม้เขียว สุกช้า
(อดทน)

"Brother, even though he is your enemy."
ถึงเป็นศัตรู ก็เป็นพี่

"Lazy youth, begging old age."
ขี้เกียจตอนเด็ก เป็นยาจกตอนแก่

"If you do not praise your own home, it will fall on you and squash you."
ถ้าไม่ยกย่องบ้านตัวเอง บ้านจะพังล้มทับตัวท่านเอง

"One seeds and harvests and another drinks and gets drunk."
คนหนึ่งปลูกและเก็บเกี่ยว อีกคนนั่งดื่มและเมา

"A confessed sin is half a sin."
บาปที่สารภาพแล้วเป็นบาปครึ่งเดียว

"If you join the dance-circle, you must dance."
ถ้าร่วมวงเต้นรำ ก็ต้องเต้นรำไปกับเขา

"The illiterate person is like an uncarved piece of wood."
คนไม่รู้หนังสือ ก็เหมือนท่อนไม้ที่ยังไม่ได้แกะสลัก

"From a thorn a rose emerges and from a rose a thorn."
จากหนามบังเกิดกุหลาบ จากกุหลาบบังเกิดหนาม

"Outside a doll, inside the plague."
ข้างนอกตุ๊กตา ข้างในกาฬโรค 
*ข้างนอกสุกใส ข้างในเป็นโพรง

"From far away and beloved rather than close by and arguing."
อยู่ไกลแล้วรักกัน ย่อมดีกว่าอยู่ใกล้แต่ชังกัน

"From a child and a crazy person you learn the truth."
เราเรียนรู้ความจริงได้จากเด็กและคนบ้า

"Laziness, mother of all evil." 
ความเกียจคร้านเป็นบ่อเกิดความชั่วทั้งปวง

"Help me, so that I can help you, so that we can climb the mountain."
ช่วยฉันสิ แล้วฉันจะช่วยท่านได้ แล้วเราจะได้ปีนเขาด้วยกัน

"A pig in a sack."
หมูในกระสอบ
(อย่าซื้อของโดยไม่ได้ตรวจสอบ)

"An old cat wants young mice."
แมวแก่อยากได้หนูสาว
(โคแก่อยากกินหญ้าอ่อน)

"You can't catch an old fox in a trap."
หมาจิ้งจอกแก่จับไม่ได้ด้วยกับดัก
(ประสบการณ์)

"For (because of) the nail he lost the horseshoe."
เพราะตะปู จึงเสียเกือกม้า
(เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย)

"They put the wolf to guard the sheep"
ให้หมาป่าเฝ้าแกะ

"One cuckoo bird does not bring the spring."
นกดุเหว่าตัวหนึ่ง ไม่ได้นำฤดูใบไม้ผลิมาด้วย
(มีสิ่งดีอย่างหนึ่งในชีวิต ไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างจะดีตามไปด้วย)

"From outside the dance-circle, you sing a lot of songs."
อยู่นอกวงรำ ร้องเพลงเสียงดัง
(พูดง่ายกว่าทำ)

"The donkey called the rooster bigheaded."
ลาเรียกอีกาว่าคนโง่
(คนโง่เรียกคนอื่นว่าโง่, ไม่รู้ตัว)

"Venice lost a needle."
เวนิสเสียเข็ม
(ไม่ใช่เรี่องใหญ่ ถ้าจะเสียสักอย่าง จากที่เรามีอยู่มากมาย, แสดงความร่ำรวยของเวนิส)

"Time has turns, and the year has weeks."
เวลายังหมุนไป ปียังมีหลายสัปดาห์
(ให้อดทน)

"He has (even) the bird's milk."
เขามีกระทั่งนมนก
(คนที่มีมาก แม้สิ่งที่คนอื่นไม่มี หรือหายาก)

"The camel does not see her own hump."
อูฐไม่เห็นหนอกตัวเอง

"Cleanliness is a virtue."
ความสะอาดเป็นคุณธรรมอย่างหนึ่ง

"The way of speaking honors the face" 
การพูดคือการไว้หน้า หรือ การพูดคือการยกย่องบุคคล

"A library is a repository of medicine for the mind."
ห้องสมุดเป็นที่เก็บของยาใจ

"Honor is priceless and glad be he who has it."
การให้เกียรตินั้นล้ำค่า ผู้ได้รับย่อมยินดี 

"Curiosity is the beginning of wisdom."
ความสงสัยเป็นจุดเริ่มต้นของความรู้

"A woman and the sea are the same in anger."
ผู้หญิงกับทะเลเหมือนกันที่ความโกรธ 

"A bad dog dies hard."
หมาร้ายตายยาก
(กำจัดคนเลวทำได้ยาก)

"Good morning, John." "I'm planting beans."
สวัสดีตอนเช้าจอห์น ฉันกำลังปลูกถั่ว
(ไปไหนมา สามวาสองศอก)

เก็บสุภาษิต คำพังเพยกรีก ที่อ่านง่ายมาแปลไว้นานแล้ว
ทีนี้หาต้นฉบับไม่เจอ.... เลยนำมาลงไว้ให้อ่านกันครับ




卐ทดลองการอดนอนของรัสเซีย卐

The Russian Sleep Experiment (ทดลองการอดนอนของรัสเซีย)

ว่ากันว่ามีนักทดลองชาวรัสเซียช่วงปลายปี 1940 ได้กักตัวนักโทษไว้ 5 นายโดยไม่ให้นอนเป็นเวลา 15 วันโดยใช้แก๊สชนิดหนึ่งเป็นตัวกระตุ้นไม่ให้นอนหลับ พวกเขาถูกกักขังไว้ในสภาพแวดล้อมที่ปิดตายแล้วส่งแก๊สเข้าไปในห้องอย่างระมัดระวัง เพิ่อไม่ให้แก๊สนั้นฆ่าพวกเขา ซึ่งเป็นแก๊สที่มีความเข้มข้นสูง พวกเขามีเพียงแค่ไมโครโฟน และหน้าต่างกลมๆหนา 5 นิ้วข้างในห้องเพื่อที่จะใช้สังเกตุการณ์พวกเขา ภายในห้องนั้นมีหนังสืออยู่หลายเล่ม มีเตียงนอน แต่ไม่มีเครื่องนอน มีน้ำและห้องน้ำ และมีอาหารแห้งอยู่พอสำหรับ 5 คนใช้ชีวิตได้ทั้งเดือน

นักโทษ หรือหนูทดลองทั้งห้าคนนี้ถูกจับใช้เป็นเชลยศึก ซึ่งเป็นนักโทษจากสงครามโลกครั้งที่สอง

ทุกๆอย่างดูราบรื่นในห้าวันแรก นักทดลองได้ให้สัญญาแบบหลอกๆกับนักโทษว่าพวกเขาจะถูกปล่อยตัวเป็นอิสระ ถ้าสามารถทำการทดลองสำเร็จ และไม่หลับเป็นเวลา 30 วัน บทสนทนา และกิจวัตรประจำวันของนักโทษจะถูกสังเกตุการณ์ และจดบันทึก ซึ่งพวกเขาได้พูดคุยเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เจ็บปวดใจในอดีตของพวกเขา แล้วน้ำเสียงของพวกเขาในการ พูดดูหดหู่ เศร้าหมองลงหลังจากสี่วันในการทำการทดลอง

ห้าวันต่อมานักโทษเริ่มพูดถึงสิ่งที่พวกเขาทำ หรือเหตุการณ์ก่อนหน้าที่พวกเขาจะมาเป็นนักโทษอยู่ที่นี่ ต่อมาก็เริ่มแสดงอาการหวาดระแวงอย่างรุนแรง พวกเขาเริ่มหยุดพูดซึ่งกันและกัน แล้วเริ่มสลับกันมากระซิบที่ไมโครโฟน และส่องดูตัวเองผ่านหน้าต่างที่มีอยู่อันเดียวในห้องนั้น นักโทษทั้งหมดดูเหมือนจะคิดว่าพวกเขาจะถูกปล่อยตัวให้เป็นอิสระ ถ้าพวกเขาไม่ยุ่งกับพวกเดียวกันแล้วมาเข้าฝั่งเดียวกันกับรัสเซีย ในตอนแรกนั้นนักวิจัยคิดว่าอาจจะเป็นผลข้างเคียงจากแก๊สที่ทำให้นักโทษไม่นอนหลับก็เป็นได้

เก้าวันต่อมาหนึ่งในห้าคนนั้นเริ่มกรีดร้อง เขาวิ่งไปที่มุมห้องแล้วแหกปากโวยวายซ้ำไปซ้ำมาสุดเสียงของเขาเป็นเวลาสามชั่วโมงตรง เขาพยายามที่จะร้องต่อแต่เขาไม่มีเสียงเหลือแล้ว จะออกมาก็แต่เสียงแหลมเล็กๆออกมาเป็นครั้งคราว นักทดลองคิดว่ากล่องเสียงของเขาคงฉีกขาดแน่ๆ สิ่งที่น่าแปลกใจที่สุดของการทดลองนี้คือ ไม่ว่านักโทษจะมีปฏิกิริยาอย่างไร หรือไม่มีปฏิริยาอะไรเลยก็ตาม พวกเขาก็ยังคงไปกระซิบที่ไมโครโฟนอยู่เรื่อยๆ จนกระทั่งนักโทษคนที่สองเริ่มที่จะกรีดร้อง นักโทษที่เหลือได้หยิบหนังสือแล้วเดินห่างออกไป แล้วเริ่มละเลงหนังสือทีละหน้าทีละหน้าด้วยอุจจาระของเขา แล้วเอามันไปแปะที่หน้าต่างอย่างใจเย็น เสียงกรีดร้องนั้นได้หยุดภายในพริบตา

แล้วเสียงกระซิบของไมโครโฟนล่ะ? สามวันผ่านไป นักทดลองได้ตรวจไมโครโฟนอยู่เป็นชั่วโมง เพื่อให้แน่ใจว่ามันยังใช้การได้อยู่ เพราะพวกเขาคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่อยู่ๆมันจะไม่มีเสียงมาจากคนห้าคนภายในห้องนั้น แถมแก๊สออกซิเจนที่ส่งเข้าไปที่ห้องตลอดนั่นหมายความว่า ทั้งห้าคนจะต้องมีชีวิตอยู่แน่นอน ในตอนเช้าของวันที่ 14 นักทดลองได้ใช้เครื่องอินเตอร์คอม (เครื่องติดต่อภายใน) โดยหวังว่าจะได้รับการตอบรับจากนักโทษ ซึ่งพวกเขาเกรงว่านักโทษได้ตายไปแล้วนักทดลองได้พูดไปว่า "พวกเราจะเปิดห้องทดลองเพื่อตรวจไมโครโฟน ถอยห่างออกไปจากประตูแล้วนอนราบลงไปกับพื้นไม่งั้นพวกคุณโดนยิงแน่ พวกคุณควรยอมเชื่อฟังทุกอย่างจะทำให้พวกคุณเป็นอิสระได้ในไม่ช้านี้แน่นอน"

มีสิ่งประหลาดเกิดขึ้นเมื่อมีเสียงตอบรับจากนักโทษคนหนึ่งพูดขึ้นมาว่า "พวกเราไม่อยากถูกปล่อยตัวอีกแล้วล่ะ" หลังจากห้องทดลองถูกเปิดออกมา ห้องที่เต็มไปด้วยแก๊สต่างๆก็หมดไปมีอากาศบริสุทธิ์เข้ามาแทน ทันใดนั้นก็มีเสียงมาจากไมโครเฟนสามเสียงต่างกัน เริ่มขอร้องให้นักทดลองนั่นเอาแก๊สเข้ามาในห้องเหมือนเดิม ห้องทดลองถูกเปิดแล้วทหารก็เข้าไปดูอาการของนักโทษ นักโทษเริ่มกรีดร้องด้วยเสียงที่ดังขึ้นกว่าเดิม เมื่อทหารได้เห็นสิ่งที่อยู่ข้างในห้องนั้น สี่ในห้าคนนั้นยังมีชีวิตอยู่ แต่ก็คงไม่มีใครเรียกสี่คนนั้นอยู่ในสภาพที่เหมือนกับ "มีชีวิตอยู่" ??????

ที่จริงก็คือ ปริมาณอาหารนั้นหมดไปตั้งแต่ห้าวันที่แล้ว ทหารได้พบก้อนเนื้อต้นขาของนักโทษที่ตายไปแล้ว หน้าอกถูกทิ้งไว้ที่ท่อระบายน้ำตรงกลางของห้องทดลอง ท่อตันจึงมีน้ำไหลออกมาเต็มห้อง ซึ่งตอนนี้ห้องเต็มไปด้วยเลือดที่ผสมกับน้ำ กลายเป็นน้ำเลือดแดงไปทั่วห้องทดลอง นักโทษทุกคน "ที่รอดชีวิต" มีชิ้นส่วนอวัยวะ และผิวหนังที่ถูกฉีกออกไปจากร่าง ของพวกเขาเอง นักทดลองเห็นกระดูกที่โผล่ออกมาจากปลายนิ้วซึ่งแผลนั้นถูกทำโดยมือของพวกเขาเอง ซึ่งนักทดลองตอนแรกคิดว่าแผลพวกนั้นอาจเกิดจากฟัน เมื่อสังเกตใกล้ๆตำแหน่ง และขนาดของบาดแผลแล้ว

นักทดลองคิดว่านักโทษสี่คนนี้ได้ทำการทรมานตนเอง อวัยวะเกี่ยวกับระบบย่อยอาหารของนักโทษทั้งสี่นั้นถูกเอาออกไปเกือบหมด ในขณะที่หัวใจ ปอดและกะบังลมยังคงอยู่ ผิวหนัง และกล้ามเนื้อที่ติดกับกระดูกก็ได้ถูกฉีกออกไป เผยให้เห็นปอดข้างในซี่โครง เส้นเลือดต่างๆยังอยู่ครับถ้วน พวกเขานอนอยู่กับพื้น คว้านท้องให้กระจัดกระจาย ระบบย่อยอาหารของทั้งสี่คนยังทำงานได้เป็นปกติ หน้าท้องที่เปิดอยู่โดยปราศจากผิวหนังมาหุ้มแสดงให้เห็นข้างในว่าพวกเขาได้ย่อยอวัยวะของพวกเขาเองซึ่งตัดออกมากินลงไปตั้งแต่วันที่อาหารหมดแล้วนั่นเอง ทหารรัสเซียส่วนใหญ่ที่อยู่ที่นี่นั้นเป็นหน่วยปฏิบัติการพิเศษ แต่ทหารส่วนใหญ่ก็ปฏิเสธที่จะกลับเข้าไปที่ห้องทดลองนั้นอีก นักโทษยังคงกรีดร้อง และขอให้ปล่อยแก๊สกลับเข้ามาที่ห้องอีกครั้งนึง

ทุกคนเริ่มแปลกใจเมื่อนักโทษ เริ่มต่อสู้ต่อต้านสุดกำลังเมื่อกำลังจะถูกนำออกจากห้องทดลอง ทหารรัสเซียคนหนึ่งตายเนื่องจากคอของเขาฉีกขาด คนอื่นๆก็บาดเจ็บอย่างหนักเนื่องจากลูกอัณฑะของเขาถูกฉีกออก และเส้นเลือดที่ขาของเขาก็ขาดออกจากฟันของนักโทษคนหนึ่ง ทหารห้าคนที่เหลือก็เสียชีวิต รวมกับทหารคนนึงที่ฆ่าตัวตายหลังจากที่เกิดเหตุการณ์ขึ้น

ระหว่างการปะทะนั้นเอง จู่ๆหนึ่งในสี่ของนักโทษที่ยังมีชีวิตอยู่ก็เกิดอาการม้ามแตก แล้วกระอักเลือด หน่วยแพทย์พยายามจะรักษาเขา นักโทษคนนั้นถูกฉีดสารมอร์ฟีนมากกว่าสิบครั้ง แต่นักโทษคนนั้นก็ยังดิ้นสู้แบบสุนัขจนตรอก หักแขนหักขาของแพทย์นายหนึ่ง สองนาทีผ่านไปหลังจากที่เขากระอักเลือด หัวใจที่เต้นให้เห็นอยู่ตอนนี้ได้มีอากาศเข้าไปในระบบไหลเวียนโลหิตมากกว่าเลือดแล้ว เขายังคงกรีดร้องอยู่ประมาณสามนาที พยายามที่จะทำร้ายใครก็ตามที่อยู่ใกล้ๆเขาแล้วพูดคำว่า "เอาอีก เอามาให้มากกว่านี้" ซ้ำไปซ้ำมาจนกระทั่งสิ้นลมหายใจ

นักโทษสามคนที่เหลือถูกควบคุมอย่างรัดกุมแล้วย้ายไปยังสถานพยาบาล นักโทษสองคนที่กล่องเสียงยังปกติก็ยังคงตะโกนขอร้องให้มีการปล่อยแก๊สนั้นกลับมาเพื่อที่จะทำให้พวกเขาตื่นตลอดเหมือนเดิม

นักโทษทั้งสามที่บาดเจ็บสาหัสถูกพาไปยังห้องผ่าตัดห้องเดียวที่มีอยู่ ระหว่างเตรียมการผ่าตัดที่จะนำอวัยวะกลับเข้าไปในร่างกายของนักโทษร่างกายของนักโทษนั้นไม่ทำให้ยานอนหลับออกฤทธิ์ได้ เขาดิ้นรนอย่างรุนแรงกับที่รัดตัวเขาระหว่างที่ทีมแพทย์กำลังจะฉีดยาชาเข้าไป นักโทษคนนั้นพยายามที่จะฉีกยางหนังรัดที่พันธนาการร่างของเขากว้างประมาณสี่นิ้วบริเวณข้อมือของเขา จนต้องให้ทหารหนัก 200 ปอนด์มาควบคุมเขาจึงหยุด ทางแพทย์จึงฉีดยาชาเข้าไปมากกว่าเดิมนิดหน่อย ทันใดนั้นตาของเขาก็ปิดลง หัวใจของเขาหยุดเต้น ศพจึงนำไปชันสูตร แล้วพบว่าเลือดของนักโทษคนนี้มีระดับปริมาณออกซิเจนมากกว่าคนปกติถึงสามเท่า ผิวหนังยังติดกับกระดูกก็ฉีกขาด มีกระดูกหัก 9 ซี่ ซึ่งเกิดจากการต่อสู้กับทหารในตอนนั้น

นักโทษที่เหลือรอดคนที่สองก็เริ่มกรีดร้อง จนกล่องเสียงของเขาพังทำให้ไม่สามารถขอ หรือคัดค้านการผ่าตัดได้อีก สิ่งที่เค้าทำระหว่างการผ่าตัดคือสั่นหัวไปมาอย่างรุนแรงระหว่างที่ยาชากำลังจะเข้าไปในร่างกายเขา แต่ว่าครั้งนี้ทีมแพทย์จะลองผ่าตัดโดยไม่ใส่ยาชา นักโทษก็ไม่แสดงปฏิกิริยาอะไรระหว่างหกชั่วโมงในการนำอวัยวะกลับเข้าร่างกายแล้วปิดทับด้วยผิวหนังที่เหลืออยู่ของนักโทษคนนั้น มีความเป็นไปได้ทางการแพทย์ที่นักโทษคนนี้ที่จะมีชีวิตอยู่ พยาบาลคนนึงที่ได้อยู่ในการผ่าตัดครั้งนั้นได้บอกว่าเธอเห็นปากของนักโทษคนนั้นหงิกงอจนดูเหมือนเค้ากำลังยิ้มอยู่หลายครั้ง ทุกครั้งที่นักโทษคนนั้นมองหน้าเธอ

นักโทษสองคนที่เหลือก็เข้ารับการผ่าตัดเหมือนคนก่อนหน้า ทั้งคู่ไม่ได้รับยาชาเช่นกัน ถึงแม้ว่าจะโดนฉีดยาที่ทำให้เป็นอัมพาตระหว่างการผ่าตัดก็ตาม เพราะว่าทีมแพทย์ไม่สามารถผ่าตัดได้ถ้าคนไข้เอาแต่หัวเราะอยู่ตลอด หลังจากถูกฉีดยาที่ให้เป็นอัมพาตแล้วนักโทษก็เพียงแค่จ้องตานักทดลองเท่านั้น หลังผ่าตัดเสร็จ นักโทษกลับมาพูดได้ดังเดิมแล้วเริ่มถามหาแก๊สนั้นอีก ทางด้านนักทดลองถามนักโทษว่าทำไมนักโทษถึงต้องทรมานตนเอง ทั้งเรื่องที่ควักเอาไส้ในออกมาและเรื่องที่เอาแต่ร้องขอให้แก๊สกลับมา นักโทษคนนึงตอบกลับมาว่า "ยังไงพวกเราก็จะไม่มีทางหลับเด็ดขาด"

นักโทษทั้งสามถูกส่งตัวกลับไปที่ห้องโดยที่นักทดลองกำลังคิดว่าจะทำอย่างไรต่อไปกับพวกเขาดี เหล่าทหารที่ช่วยเหลือนักทดลองมาตลอดโกรธนักทดลองที่ไม่สามารถทำให้การทดลองประสบความสำเร็จได้ ผู้บังคับบัญชาทหารอยากจะรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้านักโทษนั้นกลับไปในห้องแล้วปล่อยแก๊สชนิดนั้นอีกครั้งนึง

ในขั้นเตรียมการก่อนที่จะปิดตายห้องทดลองนั้นอีกทีนั้น นักโทษทุกคนจะถูกเชื่อมต่อกับเครื่องตรวจคลื่นไฟฟ้าในสมอง (EEG) และถูกพันธนาการอย่างหนาแน่นโดยมีเบาะรองด้านหลัง ทุกคนประหลาดใจว่านักโทษทั้งสามหยุดที่จะต่อต้านตอนที่จะถูกพาเข้าไปรับแก๊สนั้นอีกครั้ง นักโทษคนนึงที่พูดได้อยู่ก็ได้ฮัมเพลงออกมาดังมากอย่างต่อเนื่อง นักโทษที่พูดไม่ได้ก็เบ่งกล้ามเนื้อขาให้มากที่สุดเท่าที่เค้าจะทำได้กับสายหนังที่พันธนาการร่างของเขาอยู่ นักโทษคนสุดท้ายได้ใช้มือจับหัวของเขาออกมาจากหมอนแล้วกระพริบตาซ้ำไปซ้ำมา

ผลการตรวจไฟฟ้าคลื่นสมองของนักทดลองนั้นสร้างความประหลาดใจอย่างมาก คลื่นสมองส่วนใหญ่เหมือนคนปกติแต่บางครั้งก็เป็นเส้นตรงขึ้นมาอย่างลึกลับ มันดูเหมือนกับว่านักโทษแกล้งทำเป็นสมองตาย และกลับมาให้มีชีวิตใหม่ได้ เมื่อพวกเขามองไปที่กระดาษที่บันทึกคลื่นสมองนั้น นางพยาบาลคนนึงเห็นว่าตาของนักโทษที่กระพริบตาคนนั้นปิดลงไปเวลาเดียวกับที่หัวของเขากลับไปที่หมอน ก่อนที่เส้นกราฟกลายเป็นเส้นตรงยาวต่อเนื่อง จากนั้นหัวใจของเขาก็หยุดเต้น

นักโทษคนที่พูดไม่ได้นั้นเปลี่ยนจากการอัมเพลงไปเป็นการกรีดร้องในห้องทดลองนั้น คลื่นสมองของเขาแสดงให้เห็นเป็นเส้นตรงแบบเดียวกับนักโทษคนที่ไหลตายไป ผู้บังคับบัญชาทหารสั่งให้ปิดตายห้องทดลองนั้น ไปพร้อมกับนักโทษ ตัวเขาเองแล้วนักทดลองอีกสามคน นักทดลองคนหนึ่งได้ชักปืนออกมาแล้วยิงไปที่ผู้บังคับบัญชาคนนั้นกลางเบ้าตาตายทันที แล้วหันกระบอกปืนไปที่นักโทษที่พูดไม่ได้แล้วเป่าสมองกระจุย

จากนั้นเขาก็ชี้ปืนไปยังนักโทษที่เหลือคนสุดท้าย ยังคงถูกพันธนาการไว้กับเตียงเหมือนกับนักโทษทุกคน "กูจะไม่ถูกขังไว้ในห้องนี้กับไอ้พวกนี้หรอก ไม่แน่ๆกับมึง!" จากนั้นนักทดลองคนนั้นก็ถามนักโทษว่า "มึงเป็นใครกันแน่" "กูจะต้องรู้ให้ได้"

นักโทษคนนั้นยิ้ม

"คุณลืมไปแล้วยังงั้นหรือ? " นักโทษถาม " พวกเราคือคุณ พวกเราคือความคุ้มคลั่งที่ซ่อนอยู่ภายในตัวคุณทุกคน ต้องการที่จะเป็นอิสระทุกช่วงขณะอยู่ภายใต้จิตสำนึกของสิ่งมีชีวิต พวกเราเป็นสิ่งที่คุณต้องการจะซ่อนอยู่ใต้เตียงของคุณทุกๆคืน พวกเราคือสิ่งที่คุณจะเงียบและทำเป็นไม่ขยับเมื่อคุณไปหลบอยู่ในสถานที่ๆพวกเราไม่สามารถเข้าไปถึงได้ (เหมือนกับเหยื่อที่หลบการล่าจากผู้ล่า)"

นักทดลองคนนั้นหยุดชะงัก จากนั้นเล็งไปที่หัวใจของนักโทษแล้วยิง กราฟเครื่องตรวจคลื่นสมองของนักโทษคนนั้นกลายเป็นเส้นตรง นักโทษคนนั้นก็ใช้กำลังที่เหลืออยู่พูดประโยคสุดท้ายออกมาว่า "เกือบที่จะได้เป็น....อิสระ....อยู่แล้วเชียว..."

จะว่าไปคนเรา นี้มันช่างโหดร้ายจริงๆ

จากที่แอดมินได้สืบค้นมา พบว่ามีการทดลองน่า!!!!จะมีจริง ที่ต้องทำแบบนี้ เพราะอยากดูศักยภาพ และขีดจำกัดของคนเรา เนื่องจากในอดีตใครมีความรู้เยอะก็ได้เปรียบ โดยเฉพาะช่วงสงคราม ต่างฝ่าย ต่างต้องการชนะในสงคราม จึงสรรหาวิธีต่างๆมามากมาย ซึ่งการทดลองก็มีหลายแบบ เช่น พวกญี่ปุ่นที่จับเชลยจีนมาทดลอง เหล่านาซีจับเชลยมาทดลองต่างๆ นานา

และที่สำคัญมีวิดีโอ The Russian Sleep Experiment นี้ด้วย เลยอยากรู้ว่าต้องการจะดูกันในเพจไหม คอมเม้นกันได้เลย (ภาพประกอบที่เห็นบอกไม่ได้ว่านักโทษเป็นอย่างในรูปไหม แต่คล้ายกับในวิดีโอมากๆ)

pic: ilyke
thanks: creepypastathailand